เฟร็ด หากย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลปีศาจแดงไม่ใช่น้อย แต่ในฤดูกาลนี้แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะฟอร์มไม่ค่อยเปรี้ยงสักเท่าไหร่ แต่สำหรับกองกลางชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ถือว่ามีการพัฒนาฝีเท้าชนิดที่เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทีมจะขาดไปเสียไม่ได้แล้วในเวลานี้

เริ่มต้นด้วยแบ็กซ้าย
เฟร็ด เริ่มฝึกซ้อมในตำแหน่งแบ็กซ้ายกับ แอตเลติโก้ มิเนโร่ ตั้งแต่วัย 10 ปี ก่อนที่ย้ายไปยัง ปอร์โต้ อเลเกร ในปี 2009 ซึ่งที่นั่นเขาถูกโยกไปเล่นในบทบาทเพลย์เมคเกอร์ตามแบบสองไอดอลอย่าง โรนัลดินโญ่ และ ซีเนอดีน ซีดาน อีกสองปีต่อมา อินเตอร์นาซิอองนาล ดึงตัวไปร่วมทีม

เพียงฤดูกาลแรก FRED มีส่วนสำคัญพา อินเตอร์นาซิอองนาล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดด้วยผลงาน 28 นัด ยิง 6 ประตู ฤดูกาลถัดมาเขาลงเล่นเพียง 5 เกม ก่อนที่จะถูก ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค ดึงตัวไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร

ชื่อ “FRED” ที่ไม่ได้อ่านว่า “เฟร็ด”
เฟร็ด หรือชื่อเต็ม เฟรเดริโก้ โรดิเกวส เดอ เปาลา ซานโต๊ส อันที่จริงแล้วชื่อกองกลางแซมบ้าที่สะกดด้วย “F-R-E-D” ไม่ได้อ่านว่า “เฟร็ด” ซึ่ง ทิม วิคเคอรี นักข่าวฟุตบอลของบีบีซีประจำอเมริกาใต้เปิดเผยว่าด้วยความที่บราซิลมีรากศัพท์มาจากภาษาโปรตุกีส ทำให้ชื่อของเขานั้นอ่านออกเสียงว่า “FRAY-zhee” หรือ “FRED”

แต่ก็นะ! จะให้เขียนชื่อ เฟร็ช ก็กระไรอยู่ เอาเป็นว่าคนไทยอย่างเราเข้าใจในชื่อ “FRED” แล้วกันนะ

“ชัคห์ตาร์” เมืองท่าสู่เวทียุโรปของเหล่าแซมบ้า
แฟร์นันดินโญ่ , ดั๊กลาส คอสต้า , แบร์นาร์ด , ไทซอน , วิลเลี่ยน , หลุยส์ อาเดรียโน่ , จ๊าดสัน , อเล็กซ์ เตเซร่า ฯลฯ ชื่อเหล่านี้คือแข้งแซมบ้าที่ผ่านการค้าแข้งให้กับ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค ทีมดังในลีกยูเครนด้วยกันทั้งนั้น

ซึ่ง FRED เป็นหนึ่งในนั้น เขาถูกดึงมาร่วมทีมเพื่อทดแทน แฟร์นันดินโญ่ ที่ย้ายไปเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2013 และเป็นกำลังหลักตลอด 5 ปีในถิ่นเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม ลงเล่น 155 เกม ยิง 14 ประตู รวมทุกรายการ กวาดแชมป์ลีก 3 สมัย, บอลถ้วยอีก 3 สมัย และซูเปอร์ คัพ 4 สมัย

“สายสัมพันธ์นี้เริ่มขึ้นในปี 2012 เมื่อ ชัคห์ตาร์ เซ็นสัญญา บรันเดา ศูนย์หน้าที่เล่นที่นี่นาน 10 ปี” กุสตาโว่ ฮอฟแมน นักข่าว ESPN Brasil อธิบายจุดเริ่มต้นระหว่างแข้งบราซิลกับสโมสรในยูเครนแห่งนี้

แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้ ชัคห์ตาร์ อุดมไปด้วยนักเตะอิมพอร์ทจากบราซิลเพราะชายที่ชื่อ “มีร์เซีย ลูเชสคู” โค้ชชาวโรมาเนียที่ต้องการสร้างทีมที่เต็มไปด้วยแนวรุกที่แข็งแกร่ง เทคนิคแพรวพราว และชิ่งบอลกันแบบโบ๊ะบ๊ะๆ เพื่อโค่น ดินาโม เคียฟ ที่ครองบัลลงค์ลีกลูกหนังยูเครนในเวลานั้นให้จงได้

โวโลดิเมียร์ เซรอฟ คอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลยูเครนได้เปิดเผยว่า “ลูเชสคู ยอมรับว่าทีมของเขาจะใช้นักเตะบราซิลในแนวรุกและใช้นักเตะยูเครนเล่นเกมรับ บางทีอยากใส่นักเตะบราซิล 10 คนออกสตาร์ทตัวจริง แต่เพราะลีกยูเครนมีเงื่อนไขต้องส่งนักเตะยูเครนลงสนามพร้อมกันทั้ง 4 คน”

ด้วยนักเตะแกนหลักในแนวรุกสไตล์แซมบ้า ชัคห์ตาร์ สถาปนาความยิ่งใหญ่ในลีกยูเครนด้วยการกวาดแชมป์ 11 สมัย บอลถ้วยอีก 9 สมัย รวมถึง ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก) 1 สมัย

แข้งที่จ่ามูไม่อยากได้


เชื่อว่าช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 แฟนบอลต่างงงงวยไม่ใช่น้อย หลัง ฟาบินโญ่ ที่มีข่าวลือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดกลับย้ายซบคู่ปรับอย่าง ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 43.7 ล้านปอนด์ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับได้ FRED มาร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 52 ล้านปอนด์

“เฟร็ด จะเข้ามาเสริมคุณภาพให้กับแผงกองกลางอย่างที่เราต้องการ ผมมีความสุขมากๆ ที่เขาย้ายมาร่วมทีมของเรา” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวถึงแข้งใหม่รายนี้

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เFRED ไม่สามารถโชว์ฟอร์มอย่างที่แฟนบอลต้องการ แน่นอนรวมไปถึง มูรินโญ่ เช่นกัน เขาร่วมงานกับ “จ่ามู” ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น เนื่องจากกุนซือแดนฝอยทองต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งเซ่นผลงานที่ดีนัก

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มูรินโญ่ นั้นไม่ต้องการตัว FRED และผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตั้่งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาจำใจเซ็นกับแข้งรายนี้ตามที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ต้องการ เพราะกลัวว่ารองประธานฝ่ายบริหารจะไม่อนุมัติให้ซื้อผู้เล่นในตำแหน่งที่เขาอยากได้ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก

พรีเมียร์ลีก เวทีปราบเซียนแซมบ้า


อดีต พรีเมียร์ลีก ถือเป็นเวทีปราบเซียนของเหล่าขุนพลแซมบ้ามาหลายต่อหลายรายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เคลแบร์สัน , โรบินโญ่ , ฮูลิโอ บัปติสต้า , โรเก้ จูเนียร์ , อฟอนโซ่ อัลเวส , แอนเดอร์สัน ล้วนแต่เอาชื่อมาทิ้งในลีกผู้ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ระยะหลังมีแข้งบราซิเลี่ยนลบอาถรรพ์ด้วยการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น ดาบิด ลุยซ์ , แฟร์นันดินโญ่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ , วิลเลี่ยน , ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ , ฟาบินโญ่ , อลิสซอน ขณะที่ เฟร็ด ถือว่าเข้าข่ายที่ยังไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ในลีกเบอร์หนึ่งของอังกฤษ

ได้เวลาสลัดคราบ “แซมบ้าเซินเจิ้น”
แม้จะเปลี่ยนกุนซือมาเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แต่ เฟร็ด ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไหร่ แถมลงไปก็ทำผลงานได้ไม่ดีจนถูกแฟนบอลค่อนขอดว่าเป็น “แซมบ้าเซินเจิ้น” เลยทีเดียว

แต่พอเข้าเดือนตุลาคม 2019 เป็นต้นมา FRED เริ่มได้รับโอกาสลงสนามด้วยการออกสตาร์ทตัวจริงในเกมพ่าย นิวคาสเซิ่ล 0-1 จากนั้นเจ้าตัวลงเต็ม 90 นาทีในลีกครบทุกเกม

การได้จับคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ FRED เริ่มแสดงศักยภาพที่ตัวเองมีออกมาอย่างเต็มที่ การผลัดกันขึ้น-ลงระหว่าง FRED กับ แม็คโท ช่วยให้เกมแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีมีทรงมากยิ่งขึ้น แม้คู่ขาแดนกลางอย่าง แม็คโทมิเนย์ ดันบาดเจ็บกองกลางรายนี้ก็ยังสามารถทำผลงานได้น่าประทับใจกว่าตอนที่เขาก้าวเท้ามายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในฤดูกาลแรก ด้วยความขยันและการใช้ทักษะที่เริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ FRED กลายเป็นกองกลางที่ปีศาจแดงจะขาดเสียไม่ได้แล้วในเวลานี้

และเมื่อ แม็คโทมิเนย์ หายจากอาการบาดเจ็บ ประกอบกับการประสานงานกับผู้เล่นรายใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส เกมแดนกลางของปีศาจแดงชุดนี้ช่างน่าจับตามองแท้หลาว…

ติดตาม ประวัตินักเตะ เพิ่มเติม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here